การประชุมชี้แจ้งเพื่อเตรียมความพร้อมรับการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงาน ของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity & Transparency Assessment: ITA) ของ สน.วัดพระยาไกร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ได้ดำเนินการเตรียมความพร้อมในการประเมินฯ เรียบร้อย ดังนี้
1. คำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนและกำกับติดตามการประเมินคุณธรรม และความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity & Transparency Assessment: ITA) ของสถานีตำรวจนครบาล ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
2. ชี้แจงและให้ข้อมูลเกี่ยวกับการประเมินแก่ คณะทํางาน และ หัวหน้างานแต่ละฝ่าย
3. ร่วมกันศึกษาและวิเคราะห์กรอบการประเมินประเด็นที่ต้องดำเนินการและประเด็น ที่ต้องปรับปรุงและพัฒนา ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 และกำหนด ผู้รับผิดชอบให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ของ ป.ป.ช. ต่อไป
4.พิจารณาเสนอแต่งตั้งคณะทำงาน เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานด้านการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของสถานีตำรวจนครบาลวัดพระยาไกร ประจำปีงบประมาณ 2569
วันที่ 20 เมษายน 2569 เวลา 13.00 น. พ.ต.อ.วาทิตย์ โรจนไพฑูรย์ ผกก.สน.วัดพระยาไกร เป็นประธาน ประชุมครั้งที่ 1/2569 ชี้แจงและให้ข้อมูลเกี่ยวกับการประเมินแก่ คณะทํางาน และ หัวหน้า งานแต่ละฝ่าย และแจ้ง กรอบระยะเวลาการประเมิน และ พิจารณาเสนอแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานด้านการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของสถานีตำรวจนครบาลวัดพระยาไกร ประจำปีงบประมาณ 2569 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนําไปถ่ายทอดให้กับผู้ใต้เกี่ยวกับการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใส ในการดําเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ( Integrity and Transparency Assessment : ITA)ของสถานีตํารวจ ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ประกอบด้วย 3 ประเด็นสําคัญ ได้แก่
1) ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายใน ( IIT) เจ้าหน้าที่ตำรวจในหน่วยงานที่ปฏิบัติงานในสถานีตำรวจ กำหนดกลุ่มตัวอย่างและเก็บข้อมูล ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายใน จำนวนไม่น้อยกว่า 100 คน/สถานีตำรวจ แบ่งสัดส่วนเป็น 5 สายงาน ดังนี้
1. งานอำนวยการ/ธุรการ ร้อยละ 80
2. งานป้องกันปราบปราม ร้อยละ 80
3. งานจราจร ร้อยละ 80
4. งานสืบสวน ร้อยละ 80
5. งานสอบสวน ร้อยละ 80
แบ่งเป็น 5 ตัวชี้วัด ได้แก่ 1 การปฏิบัติหน้าที่ 2 การใช้งบประมาณและการจัดซื้อจัดจ้าง 3 การใช้อำนาจ 4 การใช้ทรัพย์สินของราชการ 5 การแก้ไขปัญหาการทุจริต
– ต้องทําความเข้าใจในข้อคําถามและสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับประเด็นข้อคําถาม ให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายในทราบ ก่อนทําการประเมินแบบวัดการรับรู้ข้าราชการตํารวจต้องทําแบบวัดการรับรู้
2) ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก (EIT (1)) ที่หน่วยงานรับประเมินดำเนินการ หรือ (EIT (1)) กำหนด กลุ่มตัวอย่างและเก็บข้อมูลของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก กำหนดกลุ่มตัวอย่างและเก็บข้อมูลของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก ไม่น้อยกว่า 300 คน/สถานีตำรวจ โดยแบ่งสัดส่วนดังนี้
1. งานอำนวยการ/ธุรการ ไม่น้อยกว่า 15 คน
2. งานป้องกันปราบปราม ไม่น้อยกว่า 120 คน
3. งานจราจร ไม่น้อยกว่า 60 คน
4. งานสืบสวนและงานสอบสวน ไม่น้อยกว่า 105 คน
แบ่งเป็น 3 ตัวชี้วัด ได้แก่ ตัวชี้วัดที่ 6 : ความสุจริตในการดำเนินงาน ตัวชี้วัดที่ 7 : ความเสี่ยงในการติดต่อหรือรับบริการ
– เพื่อพัฒนาการให้บริการสร้างความรวดเร็วและความสะดวกให้แก่ประชาชน คําถามที่มีความเหมาะสมกับการปฏิบัติงานตามภารกิจของตํารวจและการอํานวยความยุติธรรมบุคคลภายนอกต้องทําแบบวัดการรับรู้ ไม่น้อยกว่า 300 คน
สำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก (EIT (2)) ที่สำนักงาน ป.ป.ช./ผู้ประเมินดำเนินการ หรือ (EIT (2)) มีการกำหนดกลุ่มตัวอย่างและเก็บข้อมูลของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก สถานีตำรวจละไม่น้อยกว่า 20 คน โดยการคัดเลือกผู้แทนของผู้รับบริการหรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของหน่วยงาน ทั้งในภารกิจหลัก ภารกิจสนับสนุน และการจัดซื้อจัดจ้าง ดังนี้
1. ประธาน กต.ตร.
2. คณะกรรมการ กต.ตร. จากหน่วยงานภายนอก
3. ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่
4. ผู้แทนชุมชน ได้แก่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำศาสนาในพื้นที่
5. คู่ค้าคู่สัญญาของหน่วยงาน
3. การเปิดเผยข้อมูลสาธารณะ (Open Data Integrity and Transparency Assessment: OIT)
1. การเก็บข้อมูลแบบตรวจการเปิดเผยข้อมูลสาธารณะ (OIT) เป็นการเก็บข้อมูลจากเว็บไซต์หลัก ของหน่วยงาน โดยการประเมินการเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะของหน่วยงาน ผู้ดูแลระบบ/ผู้ประสานงาน ของสถานีตำรวจนครบาล/สถานีตำรวจภูธรที่เข้ารับการประเมิน มีหน้าที่ในการตอบแบบตรวจการเปิดเผย ข้อมูลสาธารณะ (OIT) สถานีละ 1 ชุด ผ่านระบบ ITAP เว็บไซต์ https://itap.nacc.go.th
2. แบบตรวจการเปิดเผยข้อมูลสาธารณะ (OIT) ในแต่ละข้อคำถาม เป็นแบบวัดที่ให้ผู้ตอบ เลือก “มี” หรือ “ไม่มี” การเปิดเผยข้อมูล โดยหากเลือก “มี” ให้ระบุ URL เพื่อเชื่อมโยงไปสู่หน้าใดหน้าหนึ่ง บนเว็บไซต์หลักของหน่วยงานที่ปรากฏข้อมูลตามแต่ละข้อคำถามกำหนด ในส่วนช่อง “คำอธิบาย” สามารถ ระบุคำอธิบายเพิ่มเติมหรือไม่ก็ได้เพื่อประกอบคำตอบ ทั้งนี้ สามารถส่งลิงก์ได้มากกว่า 1 ลิงก์ ในแต่ละข้อคำถาม
3.กรณีที่สถานีตำรวจนครบาล/สถานีตำรวจภูธร มีข้อจำกัดหรือเหตุผลความจำเป็น ทำให้เผยแพร่ข้อมูลได้ไม่ตรงตามรายละเอียดที่กำหนด หรือไม่สามารถเผยแพร่ข้อมูลตามรายละเอียด ที่กำหนดตามแบบตรวจการเปิดเผยข้อมูลสาธารณะ (OIT) จำนวน 2 ตัวชี้วัด ได้แก่ ตัวชี้วัดที่ 8 การเปิดเผยข้อมูล จำนวน 13 ข้อ และตัวชี้วัดที่ 9 การป้องกันการทุจริต จำนวน 5 ข้อ รวมข้อมูลที่ต้องเปิดเผย 18 ข้อมูล
– มุ่งเน้นการเปิดเผยข้อมูลที่่เหมาะสมกับภารกิจของตํารวจ ที่่ประชาชนควรได้รับทราบ/ได้รับการบริการ