วันที่ 29 พ.ค.2569 เวลา 10.30 น.พันตำรวจเอกวาทิตย์ โรจนไพฑูรย์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลวัดพระยาไกร ได้ประชุมข้าราชการตำรวจฝ่ายสอบสวน ณ ห้องประชุมชั้น 3 ของอาคารที่ทำการ เพื่อติดตามการดำเนินงานประเมิน ITA และร่วมดำเนินการขับเคลื่อนการประเมินฯ ตามแบบวัดการรับรู้ และ รายงานความก้าวหน้าการดำเนินการ ตามที่ได้รับแจ้งจากฝ่ายต่างๆ ดังนี้
- แบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายใน(IIT)ดำเนินการครบตามจำนวนขั้นต่ำแล้ว
- แบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก(EIT)ดำเนินการแล้วภาพรวม จำนวน 85 คน
- แบบตรวจการเปิดเผยข้อมูลสาธารณะ(OIT)ดำเนินการเสร็จแล้ว จำนวน 3 ข้อ (O1-O13)
การดำเนินการพัฒนาการปฏิบัติงานและการให้บริการ/One Stop Service ดังนี้
- จุดประชาสัมพันธ์/สอบถามความคืบหน้าการดำเนินคดี ดำเนินการเรียบร้อย
- ป้ายประชาสัมพันธ์จุดบริการ ดำเนินการเรียบร้อย
- ป้ายพันธะสัญญา ดำเนินการเรียบร้อย
- ป้าย No Gift Policy ดำเนินการเรียบร้อย
- ป้ายประชาสัมพันธ์ Download คู่มือการให้บริการดำเนินการเรียบร้อย
- การจัดสิ่งอำนวยความสะดวก ดำเนินการเรียบร้อย
และอบรม กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้มารับบริการของ สน.วัดพระยาไกร ให้ดียิ่งขึ้น เพื่อยกระดับภาพลักษณ์
และการบริหารงานโดยยึดหลักธรรมาภิบาลและร่วมกันสร้างวัฒนธรรมคุณธรรมให้เกิดขึ้นในองค์กร และจะบริหารงบประมาณด้วยความโปร่งใส คุ้มค่า ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ทางราชการ และพร้อมแสดงความรับผิดชอบหากการปฏิบัติหน้าที่ของสถานีตำรวจนครบาลวัดพระยาไกร ดังนี้
- ประกาศนโยบายต่อต้านการรับสินบน (Anti-Bribery Policy) และการไม่รับของขวัญของกำนัล หรือประโยชน์อื่นใด (No Gift Policy) จากการปฏิบัติหน้าที่ทั้งก่อนและหลังปฏิบัติหน้าที่
- ประกาศแนวทางป้องกันการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนบุคคลและประโยชน์รวม
- ผู้กำกับการ ประกาศแนวทางการปฏิบัติตนของข้าราชการตำรวจตามประมวลจริยธรรมข้าราชการตำรวจของสถานีตำรวจนครบาลวัดพระยาไกร
- ร่วมกันหาแนวทางป้องกันและต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นจากการปฏิบัติหน้าที่ทุกรูปแบบ สร้างระบบแจ้งเบาะแสและการคุ้มครองพยาน การเสริมสร้างศักยภาพและการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาทุจริตให้กับเครือข่าย ภาคประชาสังคมและประชาชนเพื่อให้เกิดความเชื่อมั่น
- ประกาศเจตจำนงสุจริตในการบริหารงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริตตามหลักธรรมาภิบาล เกิดความโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้
ให้พึงปฏิบัติตนตามแนวทางการปฏิบัติตนของข้าราชการตำรวจตามประมวลจริยธรรมข้าราชการตำรวจ ดังนี้
(1) ยึดมั่นในสถาบันหลักของประเทศ อันได้แก่ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครอง ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ด้วยการแสดงออกถึงความภูมิใจในชาติ และรักษา ผลประโยชน์ของชาติ ปฏิบัติตามหลักศาสนาที่ตนนับถือ เคารพในความแตกต่างของ การนับถือศาสนา ปฏิบัติ ตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย และเทิดทูนรักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์
(2) ซื่อสัตย์สุจริต ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย ระเบียบแบบแผนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ด้วย ความโปร่งใส ไม่แสดงออกถึงพฤติกรรมที่มีนัยเป็นการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ รับผิดชอบต่อหน้าที่ มี ความพร้อมรับการตรวจสอบและรับผิด มีจิตสำนึกที่ดี คำนึงถึงสังคม สิ่งแวดล้อม สิทธิมนุษยชน เคารพต่อ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
(3) กล้าตัดสินใจและยืนหยัดกระทำในสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรม กล้าคัดค้านและดำเนินการ แก้ไขในสิ่งที่ ไม่ถูกต้องตามอำนาจหน้าที่ ใช้ดุลพินิจในการปฏิบัติหน้าที่โดยปราศจากอคติ ไม่ยอมกระทำ ในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เหมาะสมเพียงเพื่อรักษาประโยชน์ของตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ ไม่คบหาหรือให้การสนับสนุน แก่ผู้ประพฤติ ผิดกฎหมาย ผู้มีอิทธิพล หรือผู้มีความประพฤติหรือมีชื่อในทางเสื่อมเสีย อันอาจ กระทบกระเทือนต่อความ เชื่อถือศรัทธาของประชาชนและต้องวางตัวเป็นกลางในฐานะผู้รักษากฎหมายในกระบวนการยุติธรรม
(4) คิดถึงประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตัว มีจิตสาธารณะ ร่วมมือ ร่วมใจ และเสียสละใน การหาประโยชน์เพื่อส่วนรวม และสร้างสรรค์ให้เกิดประโยชน์สุขแก่สังคม
(5) มุ่งผลสัมฤทธิ์ ประสิทธิภาพ และคุณภาพของงาน ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรวดเร็ว เที่ยงธรรม ทัน ต่อสถานการณ์ คำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นที่ตั้ง รักษาผลประโยชน์ของรัฐ มีมาตรฐานการทำงานที่เป็นสากล พัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง เชื่อมั่น ในระบบการทำงานเป็นทีม ให้บริการ แก่ประชาชนด้วยความเต็มใจ เปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง เหมาะสมตามระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
(6) ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเที่ยงธรรม ปราศจากอคติ โดยยึดถือความเสมอภาค และไม่เลือกปฏิบัติ โดยการไม่ใช้ความรู้สึกพึงพอใจหรือไม่พึงพอใจส่วนตัวต่อบุคคลหรือกลุ่มบุคคล อันเนื่องมาจากชาติกำเนิด เพศศาสนาหรือความเชื่อ เชื้อชาติ สัญชาติ อายุ การศึกษา ความเห็นทางการเมืองหรือความเห็นอื่น เคารพใน ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และยอมรับความแตกต่างของบุคคล หรือสถานะทางเศรษฐกิจหรือสังคม และพึ่ง วางตัวเป็นกลางทางการเมือง
(7) ตำรงตนเป็นแบบอย่างด้วยการเป็นข้าราชการที่ดี รักษาภาพลักษณ์ของทางราชการ และความ เป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ พึงปฏิบัติตนให้เป็นที่เชื่อถือศรัทธาแก่ประชาชน ปฏิบัติต่อประชาชน ด้วยความ สุภาพอ่อนน้อมถ่อมตน ไม่อ้างหรือใช้อำนาจโดยปราศจากเหตุผล ดำเนินชีวิตอย่างเรียบง่าย โดยน้อมนำหลัก ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง พระบรมราโชวาท หลักคำสอนทางศาสนามาปรับใช้ และปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดี ด้วยการเคารพกฎหมาย และมีวินัย