หัวหน้าสถานีตำรวจ กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายอำนวยการให้ปฏิบัติตาม นโยบายต่อต้านการรับสินบน (Anti-Bribery Policy) การไม่รับของขวัญของกำนัลหรือประโยชน์อื่นใด (No Gift Policy) จากการปฏิบัติหน้าที่ และประกาศเจตจำนงสุจริตในการบริหารงาน และกำกับติดตามการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสฯ

วันที่ 27 เม.ย.2569  เวลา 13.30 น.  พ.ต.อ.วาทิตย์  โรจนไพฑูรย์   ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาล
วัดพระยาไกร   ได้ประชุมอบรมข้าราชการตำรวจฝ่ายอำนวยการ  ให้ปฏิบัติตนอยู่ในระเบียบวินัยของตามมาตรฐานจริยธรรมของตำรวจ เพื่อเสริมสร้างค่านิยมและองค์ความรู้ด้านคุณธรรม จริยธรรม เพื่อป้องกันและต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น และการรับสินบน  ตามประกาศนโยบายต่อต้านการรับสินบน(Anti-Bribery Policy)  และนโยบายไม่รับของขวัญและของกำนัลทุกชนิด (No Gift Policy) จากการปฏิบัติหน้าที่ทั้งก่อนและหลังปฏิบัติหน้าที่ และประกาศเจตจำนงสุจริตในการบริหารงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริตตามหลักธรรมาภิบาล เกิดความโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้ พร้อมรับผิดชอบเพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่สังคมว่าสถานีตำรวจนครบาลวัดพระยาไกร มีเจตจำนงสุจริตในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นทุกรูปแบบ และมุ่งหมายให้สถานีตำรวจนครบาลวัดพระยาไกร เป็นองค์กรธรรมาภิบาลและมีความโปร่งใส ให้สมกับค่านิยมของสถานีตำรวจนครบาลวัดพระยาไกร ที่กำหนดไว้ว่า “สุจริต เป็นธรรม”
1. เพื่อป้องกัน หรือลดโอกาสในการรับสินบน ผลประโยชน์ทับซ้อนในรูปแบบต่างๆ แก่ข้าราชการตำรวจ ในสังกัดสถานีตำรวจนครบาลวัดพระยาไกร
2. เพื่อส่งเสริมให้ข้าราชการตำรวจ ในสังกัดสถานีตำรวจนครบาลวัดพระยาไกร มีจิตสำนึก ปฏิเสธการรับของขวัญและของกำนัลทุกชนิดจากการปฏิบัติหน้าที่ในการ
3. เพื่อสร้างวัฒนธรรมองค์กรคุณธรรมและโปร่งใสของระบบ ราชการให้เข้มแข็งและยั่งยืน
4. เพื่อกำหนดมาตรการ แนวทาง และกลไกในการป้องกันการให้/รับสินบนหรือประโยชน์อื่นใดจึงประกาศให้ทราบและถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัดโดยทั่วกัน

และติดตามผลการดำเนินงาน และร่วมกันขับเคลื่อนประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสฯ มีผลการดำเนินการ ดังนี้
1. แบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายใน(IIT)ดำเนินการเสร็จเรียบร้อย
2. แบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก(EIT)ดำเนินการแล้ว 10%
3. แบบตรวจการเปิดเผยข้อมูลสาธารณะ(OIT)ตามแบบตรวจการเปิดเผยข้อมูลสาธารณะ อยู่ระหว่างจัดเตรียมข้อมูล
สอบถามปัญหาข้อขัดข้องแล้วไม่มีปัญหาข้อขัดข้อง

ให้พึงปฏิบัติตนตามแนวทางการปฏิบัติตนของข้าราชการตำรวจตามประมวลจริยธรรมข้าราชการตำรวจ ดังนี้
(1) ยึดมั่นในสถาบันหลักของประเทศ อันได้แก่ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครอง ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ด้วยการแสดงออกถึงความภูมิใจในชาติ และรักษา ผลประโยชน์ของชาติ ปฏิบัติตามหลักศาสนาที่ตนนับถือ เคารพในความแตกต่างของ การนับถือศาสนา ปฏิบัติ ตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย และเทิดทูนรักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์
(2) ซื่อสัตย์สุจริต ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย ระเบียบแบบแผนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ด้วย ความโปร่งใส ไม่แสดงออกถึงพฤติกรรมที่มีนัยเป็นการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ รับผิดชอบต่อหน้าที่ มี ความพร้อมรับการตรวจสอบและรับผิด มีจิตสำนึกที่ดี คำนึงถึงสังคม สิ่งแวดล้อม สิทธิมนุษยชน เคารพต่อ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
(3) กล้าตัดสินใจและยืนหยัดกระทำในสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรม กล้าคัดค้านและดำเนินการ แก้ไขในสิ่งที่ ไม่ถูกต้องตามอำนาจหน้าที่ ใช้ดุลพินิจในการปฏิบัติหน้าที่โดยปราศจากอคติ ไม่ยอมกระทำ ในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เหมาะสมเพียงเพื่อรักษาประโยชน์ของตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ ไม่คบหาหรือให้การสนับสนุน แก่ผู้ประพฤติ ผิดกฎหมาย ผู้มีอิทธิพล หรือผู้มีความประพฤติหรือมีชื่อในทางเสื่อมเสีย อันอาจ กระทบกระเทือนต่อความ เชื่อถือศรัทธาของประชาชนและต้องวางตัวเป็นกลางในฐานะผู้รักษากฎหมายในกระบวนการยุติธรรม
(4) คิดถึงประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตัว มีจิตสาธารณะ ร่วมมือ ร่วมใจ และเสียสละใน การหาประโยชน์เพื่อส่วนรวม และสร้างสรรค์ให้เกิดประโยชน์สุขแก่สังคม
(5) มุ่งผลสัมฤทธิ์ ประสิทธิภาพ และคุณภาพของงาน ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรวดเร็ว เที่ยงธรรม ทัน ต่อสถานการณ์ คำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นที่ตั้ง รักษาผลประโยชน์ของรัฐ มีมาตรฐานการทำงานที่เป็นสากล พัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง เชื่อมั่น ในระบบการทำงานเป็นทีม ให้บริการ แก่ประชาชนด้วยความเต็มใจ เปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง เหมาะสมตามระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
(6) ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเที่ยงธรรม ปราศจากอคติ โดยยึดถือความเสมอภาค และไม่เลือกปฏิบัติ โดยการไม่ใช้ความรู้สึกพึงพอใจหรือไม่พึงพอใจส่วนตัวต่อบุคคลหรือกลุ่มบุคคล อันเนื่องมาจากชาติกำเนิด เพศศาสนาหรือความเชื่อ เชื้อชาติ สัญชาติ อายุ การศึกษา ความเห็นทางการเมืองหรือความเห็นอื่น เคารพใน ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และยอมรับความแตกต่างของบุคคล หรือสถานะทางเศรษฐกิจหรือสังคม และพึ่ง วางตัวเป็นกลางทางการเมือง
(7) ตำรงตนเป็นแบบอย่างด้วยการเป็นข้าราชการที่ดี รักษาภาพลักษณ์ของทางราชการ และความ เป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ พึงปฏิบัติตนให้เป็นที่เชื่อถือศรัทธาแก่ประชาชน ปฏิบัติต่อประชาชน ด้วยความ สุภาพอ่อนน้อมถ่อมตน ไม่อ้างหรือใช้อำนาจโดยปราศจากเหตุผล ดำเนินชีวิตอย่างเรียบง่าย โดยน้อมนำหลัก ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง พระบรมราโชวาท หลักคำสอนทางศาสนามาปรับใช้ และปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดี ด้วยการเคารพกฎหมาย และมีวินัย